‘ไข่ย้อย ดากานดา’ กล่องแพนโดร่าที่ไม่มีความบังเอิญ : อภิชาติ เพชรลีลา

“มันเป็นกล่องแพนโดร่าที่มึงไม่ควรเปิด” เสียงปลายสายดังมาจากเชียงใหม่

“กูไม่ได้เปิด คนอื่นเปิดแล้วถือมาวางไว้ข้างหน้ากู”

“เออ นั่นแหละ ยังไงมึงก็ไม่ควรไปเห็นของพวกนั้น”

 

 

คำพูดที่เคยคุยกับเพื่อนทางโทรศัพท์ดังก้องในใจขณะอ่าน ‘ไข่ย้อย ดากานดา’ ได้ครึ่งเล่ม

เรื่องบางเรื่องไม่ควรไปสู่รู้ เพื่อนบอกมาอย่างนั้น

ไม่ได้สู่รู้ แต่บางอย่างมันเป็นเรื่องของสัณชาติญาณและความจริงในดวงตาที่เจ้าของเรื่องปิดไม่มิด

 

กล่องแพนโดร่าของดากานดาถูกเปิดออก

ความจริงบางอย่างซ่อนไว้ในแววตาไม่มิด

คนคุ้นเคยมักเป็นแบบนั้น

ในความห่างไกล ห่างเหิน ห่างหาย หากยังรักยังยินดีต่อกันแค่แววตาท่าทีก็มากพอจะยึดโยงโมงยามของปัจจุบันกลับไปหาความทรงจำได้ไม่ยาก

 

ไม่เคยอ่าน ‘กล่องไปรษณีย์สีแดง’ แต่รักหนังเรื่อง ‘เพื่อนสนิท’ มาก

ไม่ได้เลือกเรียน มช. เพราะดูหนังเรื่องนี้ตอน ม.6

แต่ฉากดากานดาซ้อนมอเตอร์ไซค์ไข่ย้อยข้ามสะพานเหล็กเป็นภาพที่ติดแน่นอยู่ในใจ

และบ่อยครั้งที่ชวนเพื่อนสนิทไปนั่งเงียบๆ บนสะพานเหล็กมองแม่น้ำปิงในวันที่ไม่ค่อยโอเค

ปฏิเสธไม่ได้ว่าฉากนั้นสวยเหงาโรแมนติกเงียบและมีผลต่อจิตใจไม่แพ้ฉาก “ดากานดา… ฉันรักแกว่ะ”

 

กลับมาที่หนังสือ…

‘ไข่ย้อย ดากานดา’ โตขึ้นกว่าในหนังเยอะ

(ถ้าความโตเขาวัดกันที่ ‘ความดาร์ก’ ซึ่งจริงๆ มันอาจจะไม่ดาร์กสำหรับนักอ่านคนอื่นด้วยซ้ำ)

ไม่ใสๆ พาสเทล เหมือนในหนัง

แต่เทาๆ หม่นๆ เหมือนฟ้าวันฝนตก

.

.

.

นึกถึงคำพูดของเพื่อนอีกคนในวันที่เพื่อนทั้งรุ่นนัดรวมตัวครบรอบ 10 ปีของการเป็น ‘เฟรชชี่ แมสคอม มช.’

“ไปดาร์กอะไรมา” เพื่อนถามตรงๆ หลังจากอ่านงานเขียนบางชิ้น

จำไม่ได้ว่าวันนั้นตอบเพื่อนว่าอะไร

แต่ถ้าการเติบโตหมายถึงการผจญชีวิต

ถ้าคำว่าดาร์กของเพื่อนหมายถึงความเจ็บปวด

ความดาร์กดำมืดก็คงเป็นส่วนหนึ่งที่หลีกหนีไม่ได้ – สำหรับการเติบโต

 

ตัวละครใน ‘ไข่ย้อย ดากานดา’ ก็คงเป็นแบบนั้น

วันเวลาหมุนเหวี่ยงแต่ละคนไปเจอรายละเอียดหลากสีในชีวิต

แต่หลายคนก็เลือกขังตัวเองไว้ใน ‘พื้นที่ความทรงจำ’

ดากานดาเรียกพื้นที่นั้นว่า ‘เนเวอร์แลนด์ ดินแดนที่เวลาไม่เดินหน้าและไม่ถอยหลัง’

ไม่ใช่แค่ดากานดา… ไข่ย้อย นุ้ย และฉันก็มีเนเวอร์แลนด์ที่ขังตัวเองไว้ในนั้นอย่างแน่นหนาเช่นเดียวกัน

 

เรามีเนเวอร์แลนด์กันคนละที่

ในหลืบลึกก้นหัวใจ

หลายคนย้อนกลับไปเดินเล่นที่นั่นบ่อยๆ

ไม่ว่าชีวิตจริงจะเดินอยู่ข้างใครหรือส่วนไหนของโลก

.

.

.

‘เหมือนเขียนจดหมายใส่ขวดแก้วแล้วลอยทะเลเนิ่นนานจนมาเกยหาด’

ไข่ย้อยเปรียบภาพวาดของตัวเองไว้แบบนั้น

ทุกการส่งสาส์นย่อมหวังผลเสมอ

ไม่เว้นแม้กระทั่งการส่งสาส์นออกไปลอยๆ

ไม่ว่ามันอยู่ในรูปแบบไหน ภาพวาด เพลง บทกวี หรือแค่เพียงสเตตัสสั้นๆ ในโลกออนไลน์

 

เมื่อใครคนหนึ่งเปิดจุกขวดก็จะพบจดหมาย

แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าใครคนนั้นจะอ่านข้อความเข้าใจตามที่ต้นทางต้องการบอก

‘ยิ่งรู้จักศิลปินดีเท่าไหร่ ก็เข้าถึงงานของเขามากเท่านั้น’

‘หรืออาจทำให้เข้าใจผิดเพี้ยนไปด้วยอคติ’

หรือบางที… การพูดจาอ้อมโลกอาจเป็นศิลปะ!

.

.

.

เหมือนได้กลับไปหาเพื่อนเก่า

คิดถึงหอนาฬิกา มช.

หอมกลิ่นเชียงใหม่

และอยากไปยืนอยู่บนสะพานชาร์ลข้ามแม่น้ำตาวัลตาสักครั้ง

 

รักการใส่รายละเอียดที่เชื่อมโยงกับเรื่องเดิม

เปิดโถดโปรดเถิดดวงใจโปรดได้ฟังเพลงนี้ก่อน

ตำนานการลักไข่ ทริคจีบสาวของแม่

และการจิกกัดของเพื่อนตัวดีอย่างฟุเหยิน

ขอบคุณที่คนเขียนไม่ทิ้งตัวละครตัวไหนให้ตกหล่น

แม้ว่าการพูดถึงบางคนจะเจือไปด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด

เจ็บปวดแต่ยังรัก!

 

คล้ายมีบทสรุปให้ทุกความสัมพันธ์ในนั้น

ความสัมพันธ์ยุ่งเหยิงชวนกระอักกระอ่วนกลายเป็นเรื่องน่ายินดี

แต่ไม่เคยมีใครล่วงรู้อนาคต

ความยินดีในวันนี้อาจจะไม่ใช่ความยินดีใน 10 ปีข้างหน้า

เช่นกัน… ความเสียใจในวันนี้ก็อาจทำให้หัวเราะได้ในวันหนึ่ง

 

บางบรรทัดทำให้หัวเราะเสียงดัง

และต้องปิดหนังสือเมื่ออ่านมาถึงบางวรรค

ปล่อยให้น้ำตาไหลข้างในเงียบๆ

แล้วอ่านต่อ

 

แม่น้ำวัลตาวา

คำบอกรักภาษาเยอรมัน

และหนังสือเล่มนี้ช่วยย้ำว่า ‘ความบังเอิญไม่มีในโลก’

รวมถึง… รักทุกรัก

‘ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ’

.

.

.

ไข่ย้อย ดากานดา : อภิชาติ เพชรลีลา

นวนิยาย (ภาค 2 ของ ‘กล่องไปรษณีย์สีแดง’)

สำนักพิมพ์นกดวงจันทร์

173 หน้า

190 บาท

Advertisements

หรือเป็นเราที่สูญหาย : จเด็จ กำจรเดช

11053342_10153550637385803_8561513645392947512_n

บางคนยินดีที่จะไม่จำ
บางคนยินดีที่จะไม่ลืม

แต่ในชีวิตจริงสมองและหัวใจไม่ได้อนุญาตให้เราทำแบบนั้นง่ายๆ บางเรื่อง(และบางคน)จึงยังค้างคา และหลายเรื่องที่เคยคิดว่าจะฝังใจก็เลือนหายไปดื้อๆ เหมือนถูกลบข้อมูลทิ้งโดยที่ยังไม่ได้เอ่ยปากยินยอม

ความทรงจำเล่นตลกกับชีวิตที่มีฉากอดีต-ปัจจุบัน-อนาคต เสมอ

การไม่จำจะทำให้ไม่เจ็บปวดจริงหรือ อาจจะไม่มีใครเจ็บปวดเพราะความทรงจำ แต่อาจจะถูกความเคยชินทำร้ายจนมีแผล

การไม่ถูกจดจำจะทำให้เป็นอิสระหรือเปล่า คนไม่น้อยจึงพรางตัวเองให้ลึกลับอยู่ตลอดเวลา แล้วการทำตัวลึกลับนั่นใช่อิสระจริงๆ ไหม หรือแค่สร้างความปลอดภัยแก่ตัวเองในบางพื้นที่

เหมือนกันไหม? ใครบางคนหนีเครื่องพันธนาการอย่างหนึ่งมาเพื่อผูกตัวเองไว้กับเครื่องพันธนาการที่หน้าตาต่างออกไป

อาจใช่… นั่นคืออิสรภาพในการเลือก

เนื้อเรื่องสีเทาๆ เหมือนคำนำสีเทา ทุกอย่างหลบซ่อนอยู่ใต้กลุ่มควัน บางฉากแสบคอชวนสำลัก ไม่ใช่กลิ่นเครื่องแกงพริกรสจัดจ้านในร้านอาหารตามสั่ง แต่เป็นควันไฟสีหม่นๆ ลอยมากับกลิ่นไหม้ๆ เหมือนใครรวบรวมของเหลือใช้มาเผาทิ้ง

เหมือนจะเป็นนิยายรัก… แต่แทบทุกฉากก็แทรกการเมืองไว้เข้มข้น จนเข้าใจไปว่า ‘หรือเป็นเราที่สูญหาย’ คือนิยายการเมืองที่ใช้เรื่องรักเป็นดอกไม้ประดับฉาก

หาก ‘การเมืองคือเรื่องของความสัมพันธ์ในเชิงอำนาจ’ นวนิยายเรื่องนี้ก็มีปมการเมืองทับซ้อนจนเป็นเนื้อเดียวกันหลายชั้นสี

บางอย่างล้ำไปจากสถานการณ์ปัจจุบัน และหลายอย่างกำลังจะพัฒนาไปเป็นแบบนั้นโดยไม่ต้องทำนาย

“นับรูปปั้นผู้นำ นั่นเป็นจำนวนที่เมืองนี้เปลี่ยนเจ้าของ…
ฝ่ายปกครองเป็นเด็ก กำลังเล่นเลโก้ สร้างเมืองจำลอง เดี๋ยวพวกเขาก็เบื่อ”

บางส่วนจากเนื้อเรื่องพูดเรื่องอำนาจ ในขณะเดียวกันก็พูดถึงมนุษย์ ความย้อนแย้งหลายอย่างถูกบรรจุอยู่ในอารมณ์ความรู้สึกและการกระทำของตัวละคร ไม่มีใครถูกทำให้เลิศเลอ ทุกคนล้วนด่างเปื้อนด้วยรัก โลภ โกรธ หลง และยืนยันในเหตุผลที่พอจะทำความเข้าใจได้ แต่จะมีใครกี่คนเข้าใจและยอมรับสถานการณ์แบบนั้นได้จริงๆ

ใครบางคนไม่ได้ถูกทำให้หายไปจากเรา
พวกเขายังอยู่ที่เดิม
เป็นเราต่างหากที่กดปุ่มสีแดง
เลือกให้ตัวเองสูญหายไปจากทุกๆ คน

.
.
.

หรือเป็นเราที่สูญหาย : จเด็จ กำจรเดช
นวนิยาย
ผจญภัยสำนักพิมพ์

รุสนี : มนตรี ศรียงค์

318190_10150912980440803_2004120516_n

ความโชคดีของ “รุสนี” คือเธอมักจะเป็นที่รักของคนรอบข้าง

ส่วนความโชคร้ายนั้น — ไม่ต้องพูดถึง… มันเหมือนฝุ่นผงที่ลอยปะปนอยู่ในอากาศทุกๆ ที่

กระนั้นเรื่องดีๆ ก็ยังพอมีอยู่บ้าง เมื่อใครคนหนึ่งถอดแว่นตาแห่งความอคติต่อความแตกต่างออก และใช้ชีวิตบนพื้นฐานแห่งความเข้าใจเยี่ยง “เพื่อนมนุษย์” พึงมีต่อกัน



เหมือนนวนิยายเรื่องนี้จะเขียนขึ้นมาแด่ทุกความกังขาในสถานการณ์ไฟใต้ที่ไม่จบสิ้น

บางทีคุณอาจจะเคยเดินสวนทางกับรุสนี ซูไฮมิง ยะห์ยา อดุลย์ และชายหนุ่มแห่งบ้านทุ่งงาย โดยไม่รู้ตัวบนถนนที่ไหนสักที่

ชื่อเรื่อง : รุสนี

ผู้เขียน : มนตรี ศรียงค์

สำนักพิมพ์ : สามัญชน