นิทานของบีเดิลยอดกวี : เรื่องเล่าปรำปราในดินแดนเวทมนตร์

ในโลกของ ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์’ นอกจากคำว่ามักเกิ้ล แอนิเมจัส ผู้เสพความตาย เพนซีฟ ควิทดิช สควิบ เอลฟ์ ภาษารูน อินเฟอไร น้ำตานกฟีนิกซ์ ชื่อต้นไม้ประหลาดๆ และประโยคร่ายคาถาแปลกหูที่คนอ่านหรือดูหนังเท่านั้นจะเข้าความหมาย ‘เจ.เค.โรว์ลิ่ง’ ยังแทรกเรื่องเล่าย่อยๆ ไว้ระหว่างเส้นเรื่องหลักมากมายจนเรียกได้ว่าเธอสร้าง ‘อาณาจักรเวทมนตร์ของแฮร์รี่ พอตเตอร์’ ไว้อย่างสมบูรณ์แบบ

และทุกอย่างในอาณาจักรนั้นก็เชื่อมโยงถึงกันอย่างแนบเนียน ถึงขั้นต้องมีหนังสืออีกหลายเล่มตามมาเพื่อขยายความและปลดเปลื้องความสงสัยใคร่รู้ของแฟนพันธุ์แท้แฮร์รี่ พอตเตอร์ ให้สมใจ เช่น หนังสือสัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ และ ‘นิทานของบีเดิลยอดกวี’ เล่มนี้

‘นิทานของบีเดิลยอดกวี’
ถูกสมมติให้แปลโดยเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ แม่มดเชื้อสายมักเกิ้ลจากบ้านกริฟฟินดอร์ที่เรียนเก่งที่สุดในรุ่น และสมนาคุณผู้อ่านด้วยบันทึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิทานแต่ละเรื่องจาก ศ.อัลบัส ดัมเบิลดอร์ พร้อมเชิงอรรถเพิ่มเติมจาก เจ.เค.โรว์ลิ่ง ผู้เขียน
นิทานของบีเดิลยอดกวีก็คล้ายๆ กับนิทานอีสปของผู้ไม่มีเวทมนตร์ ที่สอดแทรกข้อคิด สอนเรื่องคุณธรรม และบางอย่างก็กลายเป็นตำนานที่มีแต่พ่อมมดแม่มดกล่าวอ้างว่าได้ครอบครองสิ่งที่ ‘บีเดิล’ พูดถึงในนิทาน


นิทาน 5 เรื่องของบีเดิลที่คัดมาพิมพ์ในเล่มนี้ เล่าเรื่องผู้วิเศษ เวทมนตร์ และให้น้ำหนักกับการล่าพ่อมดแม่มดเป็นสำคั

เหมือนว่าการอยู่ร่วมกับมักเกิ้ล (คนธรรมดาผู้ไม่มีเวทมนตร์) เคยเป็นปัญหาใหญ่ในประวัติศาสตร์เวทมนตร์ มีการล่าพ่อมดแม่มดและใช้เวทมนตร์กลั่นแกล้งทำร้ายมักเกิ้ล จนต้องสร้างเรื่องเล่ามากล่อมเกลาจิตใจเพื่อสร้างทัศนคติใหม่ในการอยู่ร่วมกัน

[คุ้นๆ เหมือนเหตุการณ์จริงในโลกของเราไหม ?]


1.


เรื่องพ่อมดกับหม้อกระโดดได้ 
พยายามสอนให้ผู้วิเศษมีเมตตาและช่วยเหลือเพื่อนบ้านมักเกิ้ล แต่ตอนจบของเรื่องกลับตีความได้ว่าการที่พ่อมดหนุ่มช่วยผู้อื่นนั้น ไม่ได้เกิดมาจากความเมตตาภายในจิตใจเลย เขาช่วยเพราะต้องการทำให้ตัวเองรอดพ้นจากความรำคาญต่างๆ นานาเท่านั้น คล้ายกับว่าถ้าไม่ช่วยผู้คน เขาก็ต้องแบกรับความทุกข์ทั้งหมดนั้นไว้เอง
นึกถึงนิทานในโลกความจริง เรื่องที่พ่อเขียนพินัยกรรมบอกลูกชายผู้ขี้เกียจว่าใต้พื้นดินว่างเปล่าในสวนหลังบ้านนั้นมีสมบัติ ด้วยความโลภอยากรวยทางลัด ลูกชายจึงขุดดินทุกตารางนิ้วเพื่อจะพบว่าไม่มีอะไรอยู่เลย ต่อมาก็มีเหตุจูงใจให้เริ่มเพาะปลูกพืชผล เพราะดินทั้งหมดได้ไถพรวนเหมาะแก่การเพาะปลูกแล้ว


ความเหมือนของนิทาน 2 เรื่องนี้ คือ สิ่งที่บรรดาลูกชายทำนั้นไม่ได้ตั้งต้นอยู่บนความตั้งใจอันดี ทั้งหมดกระทำลงไปเพื่อตัวเองเท่านั้น [เรียกแรงๆ ว่า ความเห็นแก่ตัว] แต่มันเป็นการทำเพื่อตัวเองที่ส่งผลดีตามมา 

ในนิทานของบีเดิล เวทมนตร์ของพ่อมดหนุ่มช่วยคลายทุกข์ให้ชาวบ้านและขจัดความรำคาญบางอย่างออกจากชีวิตตัวเอง ส่วนในนิทานฝั่งโลกแห่งความเป็นจริง ชายหนุ่มขี้เกียจได้ลงทุนลงแรงสำหรับการเพาะปลูกไปโดยที่เขาไม่รู้ตัว และนิทานก็ไม่ได้เฉลยว่าหลังการเพาะปลูกคราวนั้นเสร็จสิ้นสุด เขายังยึดอาชีพเพาะปลูกต่อไปอีกหรือไม่


2. 

เรื่องน้ำพุแห่งโชคดีทีเดียว เป็นกุศโลบายแห่งการเดินทางคล้ายการแสวงโชคครั้งใหญ่ประจำปี ตามตำนานระบุว่าในหนึ่งปีจะมีผู้โชคดีได้พรจากน้ำพุคนเดียวเท่านั้น คน 4 คนที่ถูกเลือกให้เดินทางไปพร้อมกันจึงต้องวัดใจว่าใครจะเป็นผู้เสียสละ

นึกถึงการเดินทางยาวไกลในหนังหลายเรื่อง ที่สุดท้ายเรื่องสำคัญไม่ได้อยู่ตรงปลายทาง แต่มันคือระหว่างทางที่ว่าพบเจอปละผ่านเรื่องราวปลีกย่อยแต่สำคัญนั้นมาได้อย่างไร


3.

เรื่องหัวใจขึ้นขนของผู้วิเศษ ความรักเป็นพิษไม่เป็นแม้แต่โลกของผู้วิเศษ ไม่รู้ว่า เจ.เค.โรว์ลิ่ง เคยอ่าน ‘ทศกัณฑ์’ ไหม แต่การถอดหัวใจไปเก็บไว้ในกล่องของพ่อมดหนุ่มนั้นช่างเหมือนการถอดหัวใจของทศกัณฑ์เหลือเกิน ต่างกันแต่ว่าทศกัณฑ์ซ่อนหัวใจไว้จากความตาย แต่เขาซ่อนหัวใจไว้จากความรู้สึกรัก เมื่อถึงเวลาที่ต้องการรักจริงๆ หัวใจดวงนั้นก็ไม่รู้จักความรักเสียแล้ว
เรื่องไม่ได้จบสวยๆ แต่แฝง ‘ความดาร์ก’ สไตล์ เจ.เค.โรว์ลิ่ง ไว้อย่างไม่น่าแปลกใจ ประกอบกับความเห็นของ ศ.ดัมเบิลดอร์ ก็ตีความได้อย่างตรงไปตรงมา


“หนุ่มน้อยบ้าระห่ำผู้นี้ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็นอมนุษย์ หัวใจที่เขาเอาไปกักขังนั้นหดเหี่ยวลดอย่างช้าๆ และงอกขนออกมา เป็นสัญลักษณ์ของการตกต่ำลงสู่ความเป็นสัตว์ ท้ายที่สุดเขาก็ลดตัวลงเป็นสัตว์ดุร้าย ใช้กำลังแย่งทุกอย่างที่ต้องการมา เขาตายขณะพยายามอย่างไร้ผลที่จะเอาสิ่งหนึ่งกลับคืนมา สิ่งที่บัดนี้ได้จากไปไกลเกินเอื้อม นั่นก็คือหัวใจมนุษย์”

และว่ากันว่าเป็นนิทานเรื่องเดียวในประวัติศาสตร์เวทมนตร์ที่ไม่มีการแก้ไขให้ผิดเพี้ยนไปจากต้นฉบับเดิม


4.

แบ็บบิตตี้ แร็บบิตตี้ กับตอไม้หัวเราะได้ เรื่องเล่า ‘สมานฉันท์’ ระหว่างพ่อมดแม่มดและมักเกิ้ล ย้อนแย้งได้เจ็บแสบตามแบบฉบับ เจ.เค.โรว์ลิ่ง ว่า ในขณะที่พระราชาของเมืองตั้งกองพลล่าพ่อมดแม่มดขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษ ก็ประกาศรับสมัครพ่อมดแม่มดมาเป็นครูสอนเวทมนตร์แก่ตนเช่นกัน!!
แล้วใครที่ไหนจะไปสมัคร นอกจากคนเจ้าเล่ห์ที่ไม่มีเวทมนตร์ติดตัว อย่างไรก็ตามตัวร้ายของเรื่องมักกระตุ้นให้ปมคลี่คลายเสมอ ต้องขอบคุณการมีอยู่ของตัวร้ายไว้เพื่อการณ์เฉพาะนี้


เรื่องคลี่คลายด้วยการแสดงเวทมนตร์ให้พระราชากลัวตัวสั่น คล้ายการบังคับให้ต้องทำตามที่ ศ.ดัมเบิลดอร์ ถึงขั้นเปรียบเทียบกับคาถากรีดแทง เพียงแต่พระราชาไม่ได้โดนคำสาป มันแค่คำขู่ที่ทำให้คนมีเวทมนตร์และไม่มีเวทมนตร์อยู่ร่วมกันได้โดยไม่ทำร้ายกัน


5.

เรื่องนิทานสามพี่น้อง เจ.เค.โรว์ลิ่ง อาจได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องลูกหมูสามตัว เป็นนิทานสำคัญที่ช่วยไขปริศนาฮอร์ครักซ์ในแฮร์รี่ พอตเตอร์ เล่มที่ 7 ตอนเครื่องรางยมทูต
พี่น้อง 3 คน ขอสิ่งวิเศษจากยมทูตซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความตาย คล้ายการหลีกหนีจุดจบของชีวิตชั่วคราวเพื่อทำภารกิจอะไรสักอย่างให้ลุล่วง
เจ.เค.โรว์ลิ่ง ยกกิเลสในใจของตัวละครทั้งสามมาเล่าผูกโยงกับของวิเศษในโลกเวทมนตร์ มีทั้งไม้กายสิทธิ์ที่ไม่มีวันพ่ายแพ้ หินที่นำคนตายกลับมาได้ (ซึ่งแม้แต่ในโลกของเวทมนตร์ก็พิสูจน์แล้วว่าไม่มีใครหรืออะไรที่ทำให้คนตายฟื้นขึ้นมาได้) และผ้าคลุมล่องหน

ผ้าคลุมล่องหนนั้นมีจริง และแฮร์รี่เองก็ได้ใช้มันหลายครั้ง แต่ ‘ไม้ยมทูต’ หรือไม้กายสิทธิ์ที่ไม่มีวันพ่ายแพ้นั้น มีแต่คนกล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของ ยังไม่เคยพเสูจน์ได้ว่ามีจริง

กระนั้น… ศ.ดัมเบิลดอร์ ก็ตั้งข้อสังเกตว่าผู้ที่กล่าวอ้างว่าครอบครอง ‘ไม้ยมทูต’ นั้นมีแต่ ‘ผู้วิเศษเพศชาย’ และทิ้งท้ายให้คนอ่านไปคิดเอาเองว่าทำไม!?


‘นิทานของบีเดิลยอดกวี’
ของ เจ.เค.โรว์ลิ่ง ช่วยตอกย้ำความเชื่ออย่างหนึ่งได้ว่าเรื่องเล่ามีอิทธิพลต่อจิตใจมนุษย์ แม้กระทั่งมนุษย์ในโลกสมมติแห่งอาณาจักรเวทมนตร์ของเธอ
มีเรื่องเล่าบางเรื่องที่เราอยากฟังซ้ำๆ ไม่รู้เบื่อ และเรื่องเล่าบางเรื่องที่เราส่ายหน้าให้

และทั้งหมดของเรื่องเล่า… ไม่ว่าในโลกใบไหน ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อต้องการให้เราขบคิดและตีความเสมอ

.

.

.
ผ่านครึ่งปีมาอย่างน่าตกใจว่านี่คือหนังสือเล่มที่ 3 ที่อ่านจบ!!!

(เล่มที่ 2 ยังไม่รีวิว และเล่มที่อ่านค้างไว้ครึ่งเล่มไม่นับ – ตามระเบียบ)

BOOK 03/2016
นิทานของบีเดิลยอดกวี 

เจ.เค.โรว์ลิ่ง : เขียน

สุมาลี : แปล

สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์, พิมพ์ครั้งแรก 2551

128 หน้า

195 บาท

Advertisements