ข้ามเส้นแบ่งเวลามาเปลี่ยนที่หายใจ : ปีนัง 2557

10850024_10152861732345803_2222201893310667722_n

ข้ามเส้นแบ่งเวลามาเปลี่ยนที่หายใจ
ตึกหน้าตาเหมือนภูเก็ต
อากาศเหมือนประเทศไทย

ร้านขายโปสการ์ดบอกว่า…
Life is a Journey, not a Destination

ธันวาคม, เกาะปีนัง มาเลเซีย 2557

Backpacking ปีนังไม่มีแผนที่ : มาเลเซีย 2557

10846309_10152878866195803_6820457636762132484_n

ปีนังไม่มีแผนที่
นักเดินทางเหงื่อชุ่ม
หัวใจเป็นอิสระ
กดปุ่ม Pause ทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง

ข้ามเส้นแบ่งเขตเมือง
นาฬิกาเดินเร็วไป 1 ชั่วโมง
หายใจช้าลง
กางปีกและเลือกกิ่งไม้ที่ชอบ

.
.
.

“จะไปไหนบ้าง” แม่ถามถึงแผนการเดินทาง

“ไปผจญภัย ตังค์หมดเมื่อไหร่ก็กลับ” ลูกสาวตอบ

ไม่ได้กวน แต่มันคือการเดินทางแบบไม่มีแผน

.
.
.

ปีนังเหมาะกับการเดินเที่ยวกลางวัน
เมืองที่คึกคักสู้แดด
และมีโปสการ์ดเป็นสินค้า OTOP

ศิลปะบนผนังซุกซ่อนอยู่ในหลืบซอย
ข้าวของแพง ที่พักแพง
ใครสักคนแอบเขียนเติมลงไปในสมุดบันทึกว่า ‘คนรักราคาถูก’
ช่างหยามหยันหัวใจสิ้นดี!

หลับตาเห็นภาพสาวอินเดียสวมมินิสเกิร์ตยืนพิงรถเก๋งรุ่นเก่า
มือขวาคีบบุหรี่อัดเข้าปอดแล้วพ่นควันออกมาเป็นสาย
บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยวดาร์ก
‘เหมือนในหนัง’
เราเห็นฉากนี้ตอนที่เดินจาก Love Lane ลัดเลาะถนน Muntri ไปกินข้าวมื้อค่ำ

.
.
.

พรุ่งนี้ไปไหนดี?

ไม่รู้…

รู้แต่ว่าต้องเปลี่ยนที่พักให้ราคาถูกลงเพื่อจะเที่ยวให้ได้นานขึ้น

.
.
.

ธันวาคม, ปีนัง 2557

สีชมพู รถถัง และปีนังนอกตู้กระจก : มาเลเซีย 2557

ปีนังมีรถถังสีชมพู…

เราซุกแผนที่ไว้ในกระเป๋าและเริ่มเดินลัดเลาะถนนใหญ่เข้าตรอกซอกซอยต่างๆ ตามสัญชาติญาณ

‘แค่อยากเปลี่ยนที่หายใจ’ การหลงทางจึงกลายเป็นเรื่องสนุก ภาพวาดสตรีทอาร์ตอันโด่งดังของเมืองกลายเป็นแค่ผลพลอยได้ไม่ใช่จุดประสงค์หลัก เจอก็ดี ไม่เจอก็ไม่ร้อนใจ เราเดินฝ่าแดดบ่ายกันไปเรื่อยๆ ไม่สนใจเข็มสั้นเข็มยาวบนหน้าปัดนาฬิกา

ปีนังมีรถถังสีชมพู

จากถนนเลิฟเลนมุ่งหน้ามายังสุเหร่า Capital Keling หน้าสุเหร่ามีร้านขายข้าว แต่เราไม่ได้กินข้าวเที่ยงที่นั่น ด้วยข้อสรุปที่ตรงกันว่า ‘ร้านข้าวหน้าสถานีขนส่งหรือสถานีรถไฟมักจะไม่อร่อย ร้านข้าวหน้าสุเหร่าก็เช่นกัน’ วันนั้นเราเหมารวมใช้เหตุผลนี้เพื่ออุดหนุนร้านอื่น

ผ่านหน้าสุเหร่า Capital Keling ไปไม่ไกล เราหยุดพักใต้ร่มไม้ใหญ่ พลิกหนังสือในมืออ่านได้ 3 บรรทัดก็เปลี่ยนใจหยิบสมุดเดินทางมาเขียนอะไรขยุกขยิก คนวาดรูปเป็นดึงสมุดไปวาดรูป คนชอบถ่ายรูปเดินไปริมถนนหันหน้ากล้องเล็งกรอบหน้าต่างปูนปั้นสวยๆ

‘เมืองถูกจัดวางไว้ในตู้กระจก’ ใครคนหนึ่งพูดขึ้นอธิบายปรากฏการณ์แหล่งท่องเที่ยวซึ่งยิ้มแย้มอ้าแขนรอกอดทุกคนที่จ่ายเงินข้ามฟากมาเหยียบแผ่นดิน

ลมโกรกมาเบาๆ ไล่ไอร้อนจากแสงแดด ยิ่งใกล้ย่านลิตเติ้ลอินเดีย ยิ่งเห็น ‘คนลำบาก’ เดินบนถนนเยอะขึ้น ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายตรงรี่เข้ามาหาและแบมือขวาขึ้น มันเป็นสัญลักษณ์สากลแห่งการขอความช่วยเหลือในรูปแบบเงิน เมืองอาจไม่ได้จัดสิ่งเหล่านี้ไว้ทำหน้าที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของเมือง เป็นเสน่ห์ของการไม่ปฏิเสธความจริง ซึ่งทำให้ไม่รู้สึกว่าเมืองถูกปั้นแต่งจนเกินจริง

เพลงอินเดียจังหวะสนุกๆ ดังขึ้นตลอดแนวถนน ภาพร้านขายดอกไม้สด พวงมาลัยสำหรับบูชาเทพเจ้า กลิ่นธูปหอม ส่าหรี เครื่องเงิน ร้านขายหนังสือเก่า เหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในฉากหนึ่งของหนังอินเดียที่เคยเห็นในทีวี คนเดินมาด้วยกันเริ่มขยับตัวเต้น คนที่เหลือกลั้นหัวเราะ เพลงอินเดียสนุกและร่ายมนต์ชวนคนฟังยักย้ายส่ายเอวยิ่งนัก!

ไม่รู้เลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา เราเดินเรื่อยเปื่อยจนทะลุออกนอก ‘ย่านแนะนำ’ ของเมือง รู้ตัวอีกทีเมื่อเดินผ่านโกดังเก็บของล้อมรั้วสังกะสีผุๆ ร้านรับซื้อขยะ ร้านซ่อมรถสไตล์บ้านๆ และพื้นที่ส่วนบุคคลรกร้าง

มองความจริงนอกตู้กระจก เมืองยังมีชีวิต สิ่งที่ไม่ได้จงใจโชว์เหล่านี้ยืนยันว่าพวกเขาอาศัยอยู่ในเมืองจริงๆ ไม่ใช่แค่ตุ๊กตาประกอบฉาก

ไม่ใช่ภาพที่ควรกดชัตเตอร์ และคงไม่ถูกบรรจุไว้ในไกด์บุ๊คเล่นไหน แต่เรากลับใจชื้นที่เห็นบรรยากาศเหล่านี้ เหมือนเห็นความลับอีกด้านของเมืองที่คู่ขนานไปกับภาพสตรีทอาร์ตชิคๆ และร้านกาแฟคูลๆ

บนถนนเส้นนั้นเองที่เราพบรถถัง และนึกถึง ‘รถถัง’ ในบ้านเกิดเมืองนอนขึ้นมาดื้อๆ

รถถังสีชมพูติดป้ายเขียนคำอธิบายเชิญชวนถ่ายรูปและบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือสุนัขและแมว

สีชมพูได้ทำหน้าที่ของมันแล้ว…

.
.
.

ธันวา, ปีนัง 2557